กรณี แม่ภัทร ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าและเปิดตู้เซฟเพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน ในวันที่ 22 ต.ค.69 ที่ สน.วังทองหลาง โดยภายหลังการเปิดตู้เซฟร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 9 ล้านบาท ได้สูญหายไปมากกว่า 80% เหลือเพียงเอกสารสำคัญและทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาทเศษเท่านั้น จากทรัพย์สินทั้งหมดในตู้เซฟที่มีน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม


เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงผู้ก่อเหตุ แม่ภัทร ยอมรับด้วยน้ำตาว่าได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีเพิ่มเติมแล้ว พร้อมส่งสัญญาณสะเทือนใจไปถึง “เบนซ์” ลูกชาย โดยระบุว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่หามาทั้งชีวิต เดิมตั้งใจจะแบ่งให้ลูกทั้ง 2 คนในวันที่ตนเองเสียชีวิต แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นการกระทำที่รีบเกินไป ทั้งที่ผ่านมาพยายามโทรศัพท์ติดต่อเพื่อพูดคุยมาโดยตลอด ทั้งเบนซ์-กุ้งฝอย แต่ก็ไม่รับ กลับถูกปฏิเสธและหลีกเลี่ยง จึงจำเป็นต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม
สำหรับแนวทางการดำเนินชีวิตหลังจากนี้ คุณแม่พัดระบุว่า ทรัพย์สินที่เหลืออยู่บางส่วน เช่น เหรียญเก่า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จำเป็นต้องนำออกขาย-จำนอง เพื่อนำเงินมาภาระค่าใช้จ่าย หนี้สิน และชดใช้ความเสียหายให้กับคู่ค้าแบรนด์ต่างๆ ในช่วง 3 ปีที่ขาดโอกาสจากการถูกดำเนินคดี พร้อมยืนยันบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีเจตนาโกงตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ ในส่วนของสิทธิ์การครอบครองโรงงาน คุณแม่ภัทรแสดงความมั่นใจว่าจะได้รับคืนตามกฎหมายอย่างแน่นอน โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า